หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ตำนานความรัก “มะเมี๊ยะ


ตำนานความรัก “มะเมี๊ยะ



ตอนนั้นเชียงใหม่เป็นประเทศราชของสยาม
ทางเชียงใหม่ส่งเจ้าดารารัศมีซึ่งเป็นเจ้าอาของเจ้าน้อย
ไปอภิเษกกับ ร. 5 เป็นการผูกสัมพันธ์ตอนนั้นเจ้าดารารัศมีอายุแค่ 13
เอง…โอ้! จอร์จ
นี่เรื่องจริงตามประวัติศาสตร์เลยนะ
เจ้าน้อยถูกส่งไปเรียนที่ รร.เซนต์แพทริก เป็น รร.แคธอลิกของฝรั่งที่

พม่า
โดยแอบส่งไป ขี่ช้างไป
เพราะตอนนั้นพม่าเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษซึ่งมีเรื่องกับไทยอยู่

เจ้าน้อยไปตอนอายุ 15 เพราะทางบ้านต้องการให้ได้ภาษาอังกฤษกะ

พม่า
เพราะค้าขายกะพม่า เจ้าน้อยเรียนอยู่หลายปี วันหนึ่งไปเดินเล่นที่

ตลาด
ได้พบมะเมี้ยะแม่ค้าสาวสวยซึ่งเพิ่งมาจากตองอูเจ้าน้อยอายุ 19
มะเมี๊ยะอายุ 15 ก็ตัดสินใจแต่งงานกัน
จนอายุ 20 เรียนจบถูกเรียกกลับเชียงใหม่เจ้าน้อยเลยเอาเมียกลับมา




ด้วย
โดยให้ปลอมเป็นเด็กรับใช้ชาย เอาเมียไปแอบในเรือนเล็กโดยไม่รู้

เลยว่าเจ้าพ่อเจ้าแม่ได้หมั้นเจ้าบัวนวลเอาไว้ให้


เจ้าน้อยไม่ยอมแต่งงานเลยเปิดเผยว่ามีเมียแล้วคือมะเมี้ยะ


เอามะเมี้ยะมากราบเจ้าพ่อเจ้าแม่แต่ไม่ได้รับการยอมรับ

เรื่องนี้ไปถึงสยาม ร. 5


กะเจ้าดารารัศมีเห็นว่าไม่ควรเลยส่งผู้สำเร็จราชการมาเจรจา


บอกว่าเจ้าน้อยจะมีเมีย


กี่คนไม่ใช่ปัญหาแต่ต้องไม่ใช่สาวพม่า เพราะว่าคนพม่า


ถือสัญชาติอังกฤษ เดี๋ยวอังกฤษจะถือโอกาสแทรกแซง ว่าแต่งกะ

พม่า


ก็ต้องถือว่าเป็นพม่าด้วยไปอยู่กะเมียที่พม่าก็ไม่ได้เพราะงี้ ที่สำคัญ


เจ้าน้อย




เป็นเจ้าชายของล้านนาถูกวางตัวไว้ให้เป็นรัชทายาทล้านนา


เท่ากับว่าสยามอาจต้องเสียเชียงใหม่ให้อังกฤษ

ก็เลยบังคับส่งมะเมี้ยะกลับพม่าเจ้าน้อยสัญญาว่าอีก 3 เดือนจะไปรับ






มะเมี้ยะกลับ


ทั้งคู่สาบานกันไว้ว่าจะไม่รักใครอื่น หากใครผิดคำสาบานขอให้อายุ





สั้น


                                      เจ้าบัวชมพู




ตอนที่จะส่งมะเมี้ยะกลับพม่านั้นตรงนี้เป็นส่วนของตำนานเลย

” ตอนนั้นมะเมี้ยะโพกผมไว้พอจะไปก็ก้มลงกราบเท้า
เจ้าน้อยที่ประตูเมือง
ชาวบ้านออกมามุงกันทั้งเมืองเพราะได้ยินว่ามะเมี้ยะงามจ๊าดนัก

พอกราบเสร็จ ก็เอาผ้าโพกผมออกแล้วสยายผมเอามาเช็ดเท้าเจ้า

น้อย
จงรักภักดีบูชาสามีสุดชีวิต
แล้วก็กอดขาร้องไห้
เจ้าน้อยเองก็ร้องทำเอาคนที่มามุงร้องไห้ไปทั้งเมืองด้วยความสงสาร

ความรักของทั้งคู่

ต่อมาเจ้าน้อยโดนเรียกไปสยาม พอเข้าไปก็โดนจับแต่งงานเลย เจ้า

ดาราฯ
จัดเจ้าบัวชุม ซึ่งเป็นพระญาติ
และเป็นสาวที่สวยที่สุดในตำหนักเจ้าดารารัศมี
ร่ำลือกันว่าเล่นดนตรีไทยเก่ง แต่ดูรูปแล้วถ้ามาสมัยนี้
ถือว่าหน้าตาธรรมดาอ่ะ ถ้าในสมัยที่ผู้หญิงไม่มีศัลยกรรมคงจัดว่าสวย
แต่ที่นี่แน่ๆ มินิไซค์มากๆ สาวๆ สมัยนั้น

ด้วยเหตุนี้เจ้าน้อยก็เลยต้องแต่งแล้วถูกกักอยู่ที่นั่น
ตอนนั้นเจ้าพ่อของเจ้าดาราฯ สิ้นพระชนม์
พระญาติทางสยาม ไม่อนุญาตให้เจ้าล้านนาพระองค์ใดในวังขึ้นไป

ประกอบพิธีปลงพระศพ
เป็นเรื่องการเมืองเตะถ่วงการแต่งตั้งเจ้าครองแคว้นคนใหม่เอาไว้ระยะ




หนึ่ง
เจ้าอาของเจ้าน้อยได้ขึ้นเป็น
เจ้าองค์ใหม่ เจ้าพ่อได้เป็นเจ้าราชบุตร(อุปราช)เท่ากับว่าเจ้าน้อยเป็น

รัชทายาทอันดับ
3
ถ้าสิ้นเจ้าสองพระองค์นี้เจ้าน้อยจะครองเชียงใหม่
ก็ยิ่งไม่มีทางได้รับมะเมี้ยะกลับมา

มะเมี้ยะรอเกิน 3 เดือนแล้วเจ้าน้อยไม่มาตามสัญญาเลยไปบวชชี
เพื่อพิสูจน์รักแท้ว่าจะไม่มีคนใหม่

ต่อมา…เมื่อได้ยินว่าเจ้าน้อยกลับเชียงใหม่แล้วเลยมาดักที่คุ้มแต่เจ้า

น้อยไม่ยอมออกมาพบ
รอนานเท่าไรก็
ไม่ยอมออกมา จริงๆ
แล้วเจ้าน้อยแอบดูอยู่ข้างหน้าต่างได้แต่ร้องไห้ไม่กล้าสู้หน้าที่ผิด

สัญญาก็เลยฝากใ
ห้ท้าวบุญสูงพี่เลี้ยง เอาแหวนทับทิม กับเงินอีก 1 กำปั่น( 800 บาท)
ไปให้แม่ชีมะเมี้ยะ
ทางด้านแม่ชีบอกว่าไม่มาขอรักคืน เพียงแต่มาถอนคำสาบานให้

เจ้าน้อยฝากมาบอกแม่ชีว่า
เงินนี่ทำบุญตามแต่แม่ชีจะใช้สอยเรียกว่าบริจาคในฐานะโยมอุปฐาก
ส่วนแหวนให้แทนใจว่าหัวใจอยู่กับมะเมี้ยะเสมอ
แม่ชีเสียใจมาก รับไปแต่แหวนไม่รับเงินสมัยก่อน 800 คงเยอะมากว่ะ 

100 ปีก่อนคง
8 แสนล่ะมั้ง เงินเดือนคนสมัยนั้น 4 บาทเอง

เจ้าน้อยหลังจากกันกับแม่ชีคราวนั้น…..ก็เอาแต่กินเหล้าไม่มีใจรักเจ้า

บัวชุม




ในที่สุดก็ตรอมใจตายหลังจากแต่งงานได้ไม่กี่ปีในขณะที่อายุแค่ 30 

ปีเท่านั้นเอง





ในบันทึกบอกว่าสิ้นพระชนม์ด้วยโรคพิษสุรา อีก 6
ปีต่อมาหลังจากพบแม่ชีมะเมี้ยครั้งสุดท้าย
ส่วนแม่ชีมะเมี้ยะ… บวชจนสิ้นอายุขัยเมื่อ 73 ปี

เศร้ามะ ? เรื่องนี้ไม่มีตัวอิจฉามีแต่คนหัวใจสลาย

ผู้บันทึกเรื่องนี้คือ เจ้าบัวนวล
คู่หมั้นคนแรกที่ถอนหมั้นไปหลังจากรู้ว่าเจ้าน้อยมีมะเมี้ยะ…
ส่วนเจ้าบัวชุมไม่ผิดอะไรเลย แต่สามีไม่รักก็อยู่เป็นข้าบาทจาริกาจน

อายุ 81 ปี

เจ้าบัวนวลว่าตลอดชีวิตเจ้าน้อยรักผู้หญิงคนเดียวจนสิ้นลม คือ
มะเมี๊ยะหลังจากนั้นเรื่องของเจ้าน้อยกับมะเมี้ยะ
ก็ถูกสั่งห้ามพูดถึงไปหลายปีเพราะเป็นเรื่องทางการเมือง
ต้องปิดบังรายละเอียดเลยหายไปเหลือแต่ตำนาน
อุปสรรคความรักของเจ้าน้อยกับมะเมี้ยะ ไม่ใช่ฐานันดร ไม่ใช่เชื้อชาติ
แต่เป็นการเมืองแท้ๆ

เศร้าเนอะ ความรักในตำนานมักจบลงด้วยความเศร้าสลด
ทั้งที่รักเดียวทั้งสองฝ่าย น่าสงสารจริงๆ
เรื่องนี้มีแต่คนน่าสงสาร เจ้าบัวชุมเมียแต่งก็น่าสงสาร
ทางเจ้าดารารัศมี มีบันทึกไว้แค่ว่าทรงไม่คิดว่าเจ้าน้อย
จะปักใจมั่นกับมะเมี้ยะขนาดนี้ เจ้าดารารัศมีทรงคิดว่าหลายปีผ่านไป
และได้ภรรยาที่ดีพร้อมก็คงลืม
ความรักครั้งแรกได้ แต่เจ้าน้อยไม่ลืมจนสิ้นชีวิต

เจ้าบัวนวล คู่หมั้น
เมื่อแรกรู้สึกเสียหน้าแต่หลังจากนั้นก็รู้สึกเห็นใจและศรัทธาในรักแท้

ของเจ้าน้อย
จริงๆ แล้วเราแอบคิดว่าถ้าเจ้าน้อยโกหก
ให้มะเมี้ยะหนีเข้าเมืองเถื่อนแล้วปลอมเป็นสาวไทย ให้เป็น
เมียบ่าว เรื่องก็จบแต่มันเป็นเพราะ..เจ้าน้อยต้องการมีภรรยาคนเดียว 

คือ…มะเมี้ยะ

หายากมากผู้ชายสมัยนั้นเรื่องรักเดียวเนี่ยแต่ก็เป็นไปตามคำสาบาน

นะ
ผิดรักไปแต่งกับหญิงอื่นเลยอายุสั้น
รูปหล่อ รักเดียว รักจนตาย
ยังกะนิยายเศร้าจริงๆๆๆ…ว่าแล้วก็เผื่อแผ่ความเศร้าให้คนอื่นบ้าง
สังเกตมั้ยว่า ความรักที่เป็นตำนาน…มักจะมีจุดจบที่เศร้ารันทดใจ
รักแฮ้ปปี้มันคงไม่กินใจพอที่จะเป็นตำนาน..สำหรับเราขอมีความสุขดี

กว่าเป็นตำนาน…เฮ้อ…อ

แต่น่าเสียดาย…ไม่มีรูปมะเมี้ยะ
คาดว่าเป็นสามัญชนคนธรรมดาเลยไม่มีรูปถ่ายเก็บไว้เป็นหลักฐาน

บ้าง
ไม่งั้นคงได้เห็นว่ามะเมี๊ยะงามจ๊าดแค่ไหน….
แต่บางทีการไม่เห็นหน้า…
จินตนาการอาจทำให้มะเมี๊ยะสวยงามยิ่งในความทรงจำของผู้ที่ได้รู้

เรื่องราวเธอก็ว่าได
ณ วันนี้… 99 ปีผ่านไป เจ้าน้อยกับมะเมี๊ยะ
คงได้พบกันบนเส้นทางสายดวงดาวแล้ว
ความรักครั้งหน้า…ขอให้ไร้อุปสรรคทั้งปวง
สมกับที่รอคอยกันมาแสนนาน


forum
ภาพมะเมี๊ยะตามจินตนาการของช่างวาดซึ่งไม่ปรากฏนาม
image005

กู่บรรจุอัฐิเจ้าน้อยศุขเกษม ในวัดสวนดอก เชียงใหม่


ขอขอบคุณ//  http://www.padusa.org/Blog1/?p=798

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น